หมอกจางๆ และควัน

ช่วงนี้ต้องข้ามสะพานแขวนกาญจนาภิเษกอยู่บ่อยๆ
มองจากบนนั้น ตอนเช้าๆ จะสังเกตเห็นหมอกปกคลุมทั่วไปหมด
สมฉายา เมืองในหมอกของกรุงเทพเค้าเลย

เวลามองเผินๆ บางทีก็ให้ความรู้สึกคล้ายๆอยู่เมืองหนาว
...แต่ความจริงนั้นไซร้ หนาวกว่า เพราะหมอกนั่น
แบบว่า มันก็คือควันพิษมารวมๆกัน

และที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ มีควันจากปล่องโรงงาน
ซึ่งเห็นสามารถเห็นว่ากำลังปล่อยได้อย่างชัดเจน เยอะแยะไปหมด
มีทั้งดำบ้าง ขาวบ้าง ด้วยว่าแถวนั้นเป็นแหล่งรวมนิคมอุตฯ
ไม่เข้าใจว่าเจ้าหน้าที่ทำไมไม่ทำอะไรสักอย่าง เนี่ย

happy happy

happy happy day

เฮ้ย!!!

วันนั้นพี่ทัศน์ (นามสมมติ) โทรมาชวนผมไปดู Batman กับพี่โอ๋ (นามสมมติ)
เรื่องวิจารณ์หนังเอาไว้ก่อน (บอกได้คำเดียวว่า หนังดีมากๆๆ ต้องดูอย่างยิ่ง)

แต่มีเรื่องน่าตื่นเต้นหลังดูหนังจบ
เราต่างแยกย้าย ผมขับรถกลับบ้าน พี่ทัศน์กับพี่โอ๋นั้นมีรถคนละคัน แต่ด้วยสภาพการณ์ตอนนี้คงเอารถมาคนละคันไม่ไหว ก็เลยรวมรถกันมาคันเดียวกัน พี่ทัศน์ก็ขับรถพาพี่โอ๋กลับไปที่ be-live เพื่อพี่โอ๋จะได้ขับรถตัวเองกลับบ้าน

พอถึง be-live พี่ทัศน์ก็มองๆไปยังจุดที่ "เคย" จอดรถพี่โอ๋ประจำ แล้วพบความว่างปล่าว
คิดอยู่ 2-3 วิ เอ ... ไปจอดที่อื่นป่าววะ อา ไม่นี่นา โอ๋ก็เอารถมา จำได้

เชี่ย รถหาย!

"โอ๋ รถโอ๋หายไปไหนอะ จอดตรงนี้ไม่ใช่เหรอ"
พี่โอ๋ ซึ่งมองอาการพี่ทัศน์อยู่ก่อน และมองตามสายตาพี่ทัศน์ไปยังที่ "เคย" จอดรถตัวเอง และเข้าใจเรื่องทั้งหมดในเวลาเกือบเท่ากัน

หันมามองพี่ทัศน์ ทำหน้าเอ๋อๆ

"เฮีย(พี่ทัศน์) เฮียขับรถโอ๋อยู่!!!!"

ต่าแลม ต่าแลม ต่าแลม
ฮ่าๆๆ จบ!!!

นี่นับเป็นขั้นสุดของการลืมกุญแจรถไว้ในกระเป๋ากางเกงตัวเองอย่างแท้จริง เรียกได้ว่าเป็นนวัตกรรมเลยนะ หะๆๆ

Kaluoka'hina, the Enchanted Reef

เอามาแนะนำอีกเรื่อง แต่เรื่องนี้ต้องไปดูไกลสักหน่อย ถึงท้องฟ้าจำลอง ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา รังสิต แต่น่ารักและเหมาะกับเด็กๆมากมาก ซ่อนความรู้ไว้เยอะเลย และยังดูบนจอ 360 องศาอีกด้วย





เริ่มกันเลย...โลกเราหรืออีกชื่อว่า ดาวเคราะห์สีน้ำเงิน(blue planet) ชื่อนี้มีสาเหตุจาก 70 % ของผิวโลกประกอบด้วยน้ำ มหาสมุทรอันกว้างใหญ่ก่อกำเนิดพื้นที่เชิงนิเวศน์ที่ประกอบกันเป็นล้านๆส่วนและโดยส่วนใหญ่พื้นที่เหล่านี้ยังคงลึกลับสำหรับมนุษย์


Kaluoka'hina ผู้พิทักษ์ท้องทะเล จะพาผู้ชมเข้าสู่ดินแดนแสนมหัศจรรย์ของมหาสมุทร เต็มไปด้วยเรื่องราวน่าตื่นเต้น ภาพยนต์นำเสนอข้อมูลดีๆเกี่ยวกับการใช้ชีวิตแบบพึ่งพาอาศัยกันของสัตว์โลกใต้ทะเลปลุกเร้าให้ผู้ชมเกิดความสงสัยใคร่รู้เกี่ยวกับระบบนิเวศน์ใต้มหาสมุทร โดยเฉพาะผู้ชมเด็กๆ ผู้ซึ่งมีความรักและสนใจสัตว์ใต้ทะเลกันเป็นพิเศษ


เนื้อเรื่องหลัก -แนวปะการัง โลกแห่งสีสันใต้ทะเล -เมื่อดวงจันทร์ทำให้ปะการังคลี่กิ่งออกราวกับดอกไม้บาน -ลมหายใจของมหาสมุทร -สิ่งอันตรายสีดำ ภูเขาและภูเขาไฟใต้ทะเล -ป่าแห่งมหาสมุทร -สีสันสว่างเรืองใต้ท้องมหาสมุทรที่มืดลึกสุดหยั่ง

เพิ่มเติมที่ http://www.kaluokahina.de/_english/pdf/teachersguide_web_engl.pdf

The Ant Bully



วันก่อนได้เปิดๆไปดูหนังแอนิเมชั่นเรื่องนี้

เป็นเรื่องของเด็กชายวัย 10 ขวบ

ที่ชอบแกล้งมดเป็นประจำ แล้ววันนึงก็กลาย

เป็นคนย่อส่วนแล้วเข้าไปอยู่ในโลกของมด


เรื่องนี้จำลองภาพการใช้ชีวิตแบบมด มด

มาได้น่ารักมากๆเลย การหาอาหาร

การทำงานเป็นทีม ความมีน้ำใจ รักพวกพ้อง

กล้าหาญและความเป็นมดต้องแข็งนอกอ่อนใน (นึกภาพตัวมด)


:) หนังทำออกมาได้ดูสนุก แอบซึ้งๆ ดูแล้วยิ้มไปเรื่อยๆ

ควรสำหรับให้เด็กดูอย่างยิ่ง

รู้สึกสนุกจนแปลกใจว่าทำไมเรื่องนี้มันไม่ค่อยดังเท่าไหร่เลยนะ


icon show desktop หายไป ทำไงดี

หลายๆ ท่านคงคุ้นเคยและใช้งานกับไอคอน Show Desktop ที่มีมากับระบบวินโดว์เป็นอย่างดี .. แต่หากวันหนึ่งไอคอนที่ว่านี้เกิดอันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย .. ท่านจะทำเช่นไร
แต่ก่อนปกติ Icon Show Desktop ก็เคยอยู่ของมันดีๆ ที่บริเวณ Quick Lunch ซึ่งอยู่แถบเดียวกันในบริเวณทาสก์บาร์ (Taskbar) แต่ตอนนี้อันตรธานหายไปแล้ว .. ไม่ได้เซฟหรือแบ็คอัพเก็บรักษาไว้ด้วยสิ
ง่ายๆ ค่ะ ด้วยวิธีการนำกลับคืนมาด้วยการใช้คำสั่งสคริปต์ regsvr32 /n /i:U shell32 โดยนำไปใส่ไว้ที่ช่อง Run Command ที่มีอยู่ในปุ่ม Start ของวินโดว์นี่เองค่ะ
1. เริ่มต้นด้วยการคลิกที่ปุ่ม Start บนวินโดว์ แล้วเลือก Run
2. พิมพ์คำสั่งนี้ลงไป regsvr32 /n /i:U shell32 จากนั้นก็กดปุ่ม OK
3. จากนั้น รอไม่ถึง 5 วินาที .. ก็จะปรากฎหน้าต่างที่แสดงถึงความสำเร็จที่ได้ไอคอนกลับคืนมา !!!

ลอกมาจาก:
http://www.tlcthai.com/webboard/view_topic.php?table_id=1&cate_id=20&post_id=2461

เพราะเมื่อก่อนเคยใช้แต่วิธีสร้างไฟล์ใหม่ วุ่นวายพอควร วิธีนี้ง่ายกว่ามากเลย (ลองแล้วได้ผลด้วย) เหมาะกับคนธรรมดาไม่ geek

แพนด้าเล่นกังฟูได้จริงหรือไม่



...อาจจะล่าช้าไปสักกะหน่อย

หลายคนคงได้ไปดูเรื่องกังฟูแพนด้ามา และ

สงสัยว่าเจ้าแพนด้าเล่นกังฟูชกต่อยได้จริงหรือไม่

ขี้เกียจเหมือนในหนังหรือป่าว



คำตอบก็คือว่า จริงๆแพนด้ามีนิสัยขี้อาย รักความสงบ

ค่อนข้างกินจุ จะเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาเพื่อหาอาหาร

แต่ถึงมันจะค่อนข้างรักสงบ แต่ถ้าจำเป็นแพนด้าก็จะเป็นคู่ต่อสู้ที่น่ากลัวทีเดียว

เนื่องจากตัวที่ใหญ่ อุ้งมือและฟันที่แข็งแกร่ง

เราจึงเรียกได้ว่า แพนด้ามีท่ากังฟูที่เป็นสไตล์ของตัวเอง ได้เหมือนกานน


" Setting a good example
much more valuable than teaching "

Preventive Maintenance

เมื่อก่อน ผมเจ็บป่วยบ่อย
ไปหาหมอทีนึงหลายตัง สิ่งที่หมอทำก็คือถามนู่นนิดนี่หน่อย เอาหูฟังแตะๆ เบ็ดเสร็จประมาณ 3 นาที
แล้วก็ให้ไปรับยา ซึ่งก็คือยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ

ผมคุยกะใคร ก็ประมาณนี้ "งี้อยู่เฉยๆก็ได้ ไปซื้อยากินเอง ถูกกว่า"

แต่มาคิดดูอีกทีเมื่อผ่านๆตาเรื่อง Preventive Maintenance ซึ่งผมก็ไม่ได้รู้เรื่องมากนัก แต่มีเรื่องนึงที่บอกประมาณว่า cost ของ Preventive Maintenance เนี่ยมีไว้เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเสียเงินก้อนใหญ่ เช่นเครื่องจักรเจ๊งหนักๆซ่อมใหญ่ หรือไม่ก็เครื่องจักรหยุดทำงานซึ่งทำให้เสียโอกาสมากมาย

การไปหาหมอเมื่อเจ็บป่วยเล็กน้อย หรือการไปหาหมอแม้ยังไม่ป่วย น่าจะคล้ายๆกัน เพราะหลายๆโรคที่ทำให้เราเจ๊งต้องซ่อมใหญ่ หรือทำให้เราหยุดทำงาน (ไม่ใช่เสียโอกาส แต่เสียชีวิต) มันอาจแฝงอยู่ในโรคหวัดธรรมดาครับ

ดังนั้น เราก็ควรคิดเรื่องนี้ไว้บ้างก็ยังดี และอยากเห็นรัฐบาลสนับสนุนเรื่องนี้บ้าง เช่นทำ 30 บาทตรวจทุกโรคร่วมกับรักษาทุกโรค เพราะคิดเป็น cost แล้วน่าจะคุ้มนะครับ (คุ้มไม่คุ้มผมไม่รู้นะ ไปศึกษากันเอาเอง หะๆๆ)

In order to teach and train the sense of
Conservation to the children,
we should first allow them to see the beauty,
which would lead to interest and pleasure.

On the contrary, If we teach them with fear
of self-destruction resulting from non-Conservation,
children could become strained and stressed
which would be harmful in the long run.


จากบางส่วนของ พระราชดำรัสในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ

Where's KRISS?

I'm not leaving this blog! Just wanna blog about something different so I create a new blog here

That's it! I'll continue posting here and never leave.

I message



ช่วงนี้จะต้องสอนเด็กบ่อยๆ

เลยมานั่งอ่านเรื่องเกี่ยวกับการสื่อสารกับเด็กเล็ก

มีเรื่องของการพูดจาด้วยภาษา I

หมายถึง

การพูดจาจากความรู้สึก

ประกอบด้วย 3 ส่วนคือ

ส่วนที่ 1. จากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

ส่วนที่ 2. ความรู้สึกของผู้พูด

คือ ดีใจ เสียใจ กังวล ...

ส่วนที่ 3. สิ่งที่เราต้องการเห็น


โดยระลึกเสมอว่าจิตใจของทุกคน โดยเฉพาะเด็กๆ

มีความเปราะบาง ต้องระมัดระวัง


การใช้คำพูดที่ขาดสติกลั่นกรอง

การพูดโจมตีผู้อื่น หรือภาษา you

จะทำร้ายจิตใจของคนที่เรารักโดยไม่จำเป็น

มาหัดพูดภาษาไอกัน


เรื่องขี้หมา

( เรื่องโดย คุณต่อ ธนญชัย ศรศรีวิชัย phoenomena)


ผมเป็นคนทำงานโฆษณา ผมรักงาน ผมชอบทำงานหลายคนพูดว่าผมเป็นคนเก่งแต่เมื่อหลายปีที่แล้ว ผมรู้สึกว่าผมเป็นอะไรผมรู้สึกว่าผมเป็นแค่…ขี้หมาก้อนเล็กๆก้อนหนึ่ง ที่อยู่บนพื้นคอนกรีต



ตอนผมอายุ25 ผมเริ่มทำงานโฆษณายิ่งทำ ยิ่งรู้ ยิ่งเห็น ยิ่งศึกษาผมก็พบว่าแท้ที่จริงแล้วโฆษณาก็คือ เครื่องมือตัวหนึ่งที่จะสร้างผลกำไรให้กับบริษัทของลูกค้าทำเงินให้เยอะๆสร้างความมั่งคั่งให้ลูกค้าเยอะๆเพราะลูกค้าคือพระเจ้า


หลายคนพูดว่า โฆษณาที่ดีคือโฆษณาที่ต้องขายของและถ้าทุกคนคิดแบบนั้นงานโฆษณามันก็มีค่าแค่…ขี้หมาก้อนเล็กๆแห้งๆก้อนหนึ่ง ที่อยู่บนพื้นคอนกรีต
ครับ ในตอนนั้น ผมรู้สึกว่าผมเป็นคนที่ไม่มีค่าอะไรเลย



เพราะสิ่งที่ผมทำก็คือทำหนังเท่ๆ อาร์ตๆ ตัวแสดงดูดีมีชาติตระกูลทำให้แบรนด์หรือสินค้านั้น สวยทันสมัย มีรสนิยม ไฮโซทำให้ผู้บริโภคดูแล้วอยากได้ อยากมี อยากเท่ อยากเป็นแบบในโฆษณายิ่งทำเท่าไหร่ ผมยิ่งก็รู้สึกว่าผมเป็นก้อนขี้หมาก้อนหนึ่งยิ่งทำก็ยิ่งเหม็นตัวเอง



จนกระทั่งวันหนึ่งผมก็รู้ว่าขี้หมาอย่างผม จะหายเหม็นได้อย่างไร
ตอนนั้น ผมอายุ 29ผมทำหนังเรื่องหนึ่งสินค้าคือ ธนาคารเอเชียเรื่องราวก็คือเด็กเวรๆคนหนึ่งเลี้ยงปลาทองยิ่งเลี้ยง แม่ก็ยิ่งบ่นเลี้ยงทำไมปลาทอง เลี้ยงปลาทูดีกว่า มันยังจะกินได้การบ้านก็ไม่สนใจเวลากินข้าว เด็กคนนั้นก็เฝ้าดูแต่ปลาทองเมื่อเวลาผ่านไป ปลาทองก็เพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆแล้ววันหนึ่งเด็กคนนั้นก็เอาปลาทองที่มีอยู่ ออกขายเพื่อเอาเงินมาให้แม่



ครับ มันไม่ได้เป็นหนังที่ดีอะไรมากได้รางวัลหรือเปล่า ผมก็จำไม่ได้แต่ที่ผมจำได้แม่นก็คือเช้าวันหนึ่งผมดูรายการบ้านเลขที่5 ทางช่อง5พิธีกรสัมภาษณ์เด็กคนหนึ่งที่ทำเวบไซต์จนโด่งดังทำเงินได้มากมายโดยรายได้ทั้งหมด เด็กคนนั้นนำมามอบให้แม่พิธีกรถามว่า เขาได้แรงบันดาลใจมาจากอะไรเด็กคนนั้นตอบว่าเขาได้รับแรงบันดาลใจมาจากหนังปลาทองของธนาคารเอเชีย



ในวันนั้นเอง ผมภูมิใจมากและดีใจมากที่ดีใจไม่ใช่เพราะว่า ผมกลายร่างจากขี้หมา กลายเป็นทองเปล่าครับ อย่าเข้าใจผิดผมยังคงเป็นขี้หมาก้อนเล็กๆ เหม็นๆเหมือนเดิมแต่ผมรู้วิธีแล้วว่า จะทำอย่างไรให้ขี้หมาก้อนเล็กๆแห้งๆที่อยู่บนพื้นคอนกรีตอย่างผมนั้นหายเหม็น



วิธีการง่ายนิดเดียวเราก็แค่ย้ายขี้หมาก้อนนั้นไปวางบนสนามหญ้าแทนที่จะวางบนพื้นคอนกรีต



เมื่อขี้หมาอยู่บนสนามหญ้ามันจะเป็นมากกว่าขี้หมามันกลายเป็นปุ๋ย กลายเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ให้กับสิ่งที่อยู่รอบๆตัวมันดินได้ประโยชน์ จุลินทรีย์ในดินได้ประโยชน์ต้นไม้ ต้นหญ้า ได้รีบผลประโยชน์และเมื่อเวลาผ่านไปขี้หมาก้อนเล็กๆก้อนนั้น ก็ได้ซึมซาบตัวมันเองเข้าไปในดินขี้หมาก้อนนั้นได้เปลี่ยนสภาพและเข้าไปอยู่ในทุกอณูของสิ่งที่อยู่รอบตัวมันขี้หมาก้อนนั้นหายเหม็น



ถ้าผมทำงานโฆษณาโดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้างความร่ำรวยให้กับลูกค้าอย่างเดียวมันคงหยุดอยู่แค่…พื้นคอนกรีตแต่ถ้าผมทำโฆษณาเพื่อสร้างความมั่งคั่งให้กับลูกค้าอย่างยั่งยืนโดยคิดถึงผู้บริโภคเป็นหลักทำอย่างไรให้โฆษณามีส่วนร่วมกับสังคม คิดถึงสังคมนำเนื้อหาและปัญหาของสังคมมาตีแผ่ วิพากษ์วิจารณ์สร้างคำถามให้กับผู้บริโภคกระตุ้นให้คนทั้งหกสิบล้านคนทั่วประเทศได้คิด ได้มองตัวเองสร้างทัศนคติดีๆใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภคไปพร้อมๆกับการขายของ



เมื่อนั้น การขายของจะไม่ใช่การขายของแบบเดิมๆอีกต่อไปมันจะเป็นการขาย ที่ซึมลึก เป็นมิตร เพื่อประโยชน์ เป็นเพื่อน จริงใจและถ้าคุณทำแบบบริสุทธิ์ใจสิ่งที่คุณจะได้คือ ผลกำไรที่ยั่งยืนมันอาจจะไม่ใช่แบรนด์ที่ทันสมัย ดูดีแต่มันจะเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภครัก



ครับ ทุกวันนี้ผมยังคงเป็นขี้หมาเราทั้งหมดก็เป็นขี้หมาลูกค้าหรือเจ้าของสินค้าก็เป็นขี้หมาเราอยู่ในธุรกิจขี้หมาเราอยู่ในโลกทุนนิยมขี้หมาๆ
แต่ขี้หมามีอยู่ 2 ประเภทแบบเหม็นกับไม่เหม็น


http://blog.positioningmag.com/blogs/exclusiveclips/archive/2006/07/12/TorPheno.aspx

คนจำนวนมากไปไม่ถึงความฝัน

มิใช่เพราะพวกเค้าอ่อนด้อยกว่าคนอื่น

หากเพราะพวกเค้าทิ้งความอดทนไว้กลางทางต่างหาก

(วินทร์ เลียววาริน)

ประสบการณ์

เพิ่งเข้าใจคำว่า อายุกับประสบการณ์
เมื่ออายุเพิ่มขึ้น แม้เพียงปีเดียว
พบเจอ มองเห็นสิ่งเดิมๆ
แต่มันไม่เหมือนเดิมเลยสักนิดเดียว
สิ่งที่มองยังไงก็ไม่เคยเข้าใจ
อย่างสิ้นเชิง
เมื่อเวลาผ่านไป
ก็เข้าใจขึ้นมาได้ ซะอย่างงั้น

wE.lOVE.aNIMALS




picture by Miss Beatrix Potter
...so cute, isn't it..


หากอยากเห็นพื้นแผ่นดินสดใส

แต่ไม่ยอมลอยเรือข้ามไป

ปล่อยเรือไว้อย่างนั้น

แล้ว อีกเมื่อไรจะถึงฝั่งฝัน

ต้องขอไปตามใจซักวัน

ออกตามฝันซักที

มีใครเคยบอกไว้ ว่า อย่า อยู่ อย่าง อยาก

เลือกแล้ว ต้องลองให้รู้แม้คลื่นลมจะแรง

จะขอนั่งเรือไปสู่ตรงโน้น ให้รู้ ไป

ในบางครั้ง มันต้องเสี่ยง

แม้รู้ ว่ามีเพียงเศษเสี้ยวที่จะสมหวัง

แต่หาก เสียงหัวใจร้องดัง

เกิดมามีเพียงหนึ่งครั้ง

ลองใช้ครั้งหนึ่งกับฝัน

ให้มันได้รู้

(เนื้อเพลง อย่า อยู่ อย่าง อยาก, P2Warship)

ผ่านไปอีกวันหนึ่ง

วันนี้ทำได้อีกอย่าง
คือ ทำให้น้องๆ ได้กล้าแสดงออก
ได้พูด ได้แสดงสิ่งที่คิดออกมา
บางคนไม่ค่อยกล้าพูด
ก็เหมือนจะกล้าขึ้น

ดีใจดีใจ

happy feet


แค่ในวันๆนึง มีใครสักคนสองคน มองเห็นคุณค่าความสำคัญของธรรมชาติขึ้นมาบ้าง แค่นี้ก็พอแล้วแหละ

...เป็นคำพูดจากพี่ยุทธ พี่ที่ทำงานด้วยกัน ที่ทำให้เราได้คิดถึงความสำคัญของการตั้งเป้าหมายเล็กๆ และพยายามทำมันให้สำเร็จ หลังจากที่เฝ้าครุ่นคิดหาคำตอบว่าสิ่งที่เราพยายามทำอยู่ มันจะก่อให้เกิดผลได้จริง หรือเป็นสิ่งมีแต่หลักการแต่จับต้องไม่ได้กันแน่


วันนี้น้องๆได้มาเรียนรู้อย่างสนุกและมีความสุข กลับไปคงจะจำได้และรู้สึกนึกชอบ นึกรัก ปู ปลา กุ้ง หอย ต้นไม้ หาดโคลน ขึ้นมาบ้าง เราก็รู้สึกเป็นสุขที่ทำให้สิ่งเหล่านี้ได้ผ่านเข้ามาในชีวิตน้องๆ ให้ได้สัมผัสมันบ้าง

...พูดแบบเว่อๆ ตอนนี้คิดว่า พอจะเห็นภาพ คำว่าการอนุรักษ์อย่างยั่งยืนด้วยการศึกษา ขึ้นมาเลาๆ

อิอิ




เพียงเริ่มงานแค่ไม่กี่วัน

วันนี้ เราก็ได้พาน้องๆ ออกไปดูที่หาดอีกครั้ง

แต่วันนี้ ..ไม่เหมือนทุกครั้ง

วันนี้ เราเจอปูตัวเล็กๆนอนตายกองๆกันเยอะมากๆ

คราบน้ำมันถูกพัดพามาติดที่ฝั่งเต็มไปหมด

โคลนขึ้นสูงและเริ่มส่งกลิ่นเหม็น

เป็นอะไรที่น่าตกใจเป็นอย่างมากอย่างจริงจัง

เกิดอะไรขึ้นฟระเนี่ย


ได้ยินกันมาว่าเรือน้ำมันล่มแถวๆระยอง

น้ำมันเลยลอยมาที่บางปูนี่

ถ้าข่าวนี้เป็นจริง และมันลอยมาตั้งไกล

ยังส่งผลมากขนาดนี้

แล้วอะไรจะเหลืออยู่ไหว..บ้างเนี่ย
โห