Jun 23, 2008
I message
Jun 23, 2008
Jun 23, 2008
เขียนโดย:
Joy
เมื่อ
9:04 PM
3
comments
Jun 22, 2008
( เรื่องโดย คุณต่อ ธนญชัย ศรศรีวิชัย phoenomena)
ผมเป็นคนทำงานโฆษณา ผมรักงาน ผมชอบทำงานหลายคนพูดว่าผมเป็นคนเก่งแต่เมื่อหลายปีที่แล้ว ผมรู้สึกว่าผมเป็นอะไรผมรู้สึกว่าผมเป็นแค่…ขี้หมาก้อนเล็กๆก้อนหนึ่ง ที่อยู่บนพื้นคอนกรีต
ตอนผมอายุ25 ผมเริ่มทำงานโฆษณายิ่งทำ ยิ่งรู้ ยิ่งเห็น ยิ่งศึกษาผมก็พบว่าแท้ที่จริงแล้วโฆษณาก็คือ เครื่องมือตัวหนึ่งที่จะสร้างผลกำไรให้กับบริษัทของลูกค้าทำเงินให้เยอะๆสร้างความมั่งคั่งให้ลูกค้าเยอะๆเพราะลูกค้าคือพระเจ้า
หลายคนพูดว่า โฆษณาที่ดีคือโฆษณาที่ต้องขายของและถ้าทุกคนคิดแบบนั้นงานโฆษณามันก็มีค่าแค่…ขี้หมาก้อนเล็กๆแห้งๆก้อนหนึ่ง ที่อยู่บนพื้นคอนกรีต
ครับ ในตอนนั้น ผมรู้สึกว่าผมเป็นคนที่ไม่มีค่าอะไรเลย
เพราะสิ่งที่ผมทำก็คือทำหนังเท่ๆ อาร์ตๆ ตัวแสดงดูดีมีชาติตระกูลทำให้แบรนด์หรือสินค้านั้น สวยทันสมัย มีรสนิยม ไฮโซทำให้ผู้บริโภคดูแล้วอยากได้ อยากมี อยากเท่ อยากเป็นแบบในโฆษณายิ่งทำเท่าไหร่ ผมยิ่งก็รู้สึกว่าผมเป็นก้อนขี้หมาก้อนหนึ่งยิ่งทำก็ยิ่งเหม็นตัวเอง
จนกระทั่งวันหนึ่งผมก็รู้ว่าขี้หมาอย่างผม จะหายเหม็นได้อย่างไร
ตอนนั้น ผมอายุ 29ผมทำหนังเรื่องหนึ่งสินค้าคือ ธนาคารเอเชียเรื่องราวก็คือเด็กเวรๆคนหนึ่งเลี้ยงปลาทองยิ่งเลี้ยง แม่ก็ยิ่งบ่นเลี้ยงทำไมปลาทอง เลี้ยงปลาทูดีกว่า มันยังจะกินได้การบ้านก็ไม่สนใจเวลากินข้าว เด็กคนนั้นก็เฝ้าดูแต่ปลาทองเมื่อเวลาผ่านไป ปลาทองก็เพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆแล้ววันหนึ่งเด็กคนนั้นก็เอาปลาทองที่มีอยู่ ออกขายเพื่อเอาเงินมาให้แม่
ครับ มันไม่ได้เป็นหนังที่ดีอะไรมากได้รางวัลหรือเปล่า ผมก็จำไม่ได้แต่ที่ผมจำได้แม่นก็คือเช้าวันหนึ่งผมดูรายการบ้านเลขที่5 ทางช่อง5พิธีกรสัมภาษณ์เด็กคนหนึ่งที่ทำเวบไซต์จนโด่งดังทำเงินได้มากมายโดยรายได้ทั้งหมด เด็กคนนั้นนำมามอบให้แม่พิธีกรถามว่า เขาได้แรงบันดาลใจมาจากอะไรเด็กคนนั้นตอบว่าเขาได้รับแรงบันดาลใจมาจากหนังปลาทองของธนาคารเอเชีย
ในวันนั้นเอง ผมภูมิใจมากและดีใจมากที่ดีใจไม่ใช่เพราะว่า ผมกลายร่างจากขี้หมา กลายเป็นทองเปล่าครับ อย่าเข้าใจผิดผมยังคงเป็นขี้หมาก้อนเล็กๆ เหม็นๆเหมือนเดิมแต่ผมรู้วิธีแล้วว่า จะทำอย่างไรให้ขี้หมาก้อนเล็กๆแห้งๆที่อยู่บนพื้นคอนกรีตอย่างผมนั้นหายเหม็น
วิธีการง่ายนิดเดียวเราก็แค่ย้ายขี้หมาก้อนนั้นไปวางบนสนามหญ้าแทนที่จะวางบนพื้นคอนกรีต
เมื่อขี้หมาอยู่บนสนามหญ้ามันจะเป็นมากกว่าขี้หมามันกลายเป็นปุ๋ย กลายเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ให้กับสิ่งที่อยู่รอบๆตัวมันดินได้ประโยชน์ จุลินทรีย์ในดินได้ประโยชน์ต้นไม้ ต้นหญ้า ได้รีบผลประโยชน์และเมื่อเวลาผ่านไปขี้หมาก้อนเล็กๆก้อนนั้น ก็ได้ซึมซาบตัวมันเองเข้าไปในดินขี้หมาก้อนนั้นได้เปลี่ยนสภาพและเข้าไปอยู่ในทุกอณูของสิ่งที่อยู่รอบตัวมันขี้หมาก้อนนั้นหายเหม็น
ถ้าผมทำงานโฆษณาโดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้างความร่ำรวยให้กับลูกค้าอย่างเดียวมันคงหยุดอยู่แค่…พื้นคอนกรีตแต่ถ้าผมทำโฆษณาเพื่อสร้างความมั่งคั่งให้กับลูกค้าอย่างยั่งยืนโดยคิดถึงผู้บริโภคเป็นหลักทำอย่างไรให้โฆษณามีส่วนร่วมกับสังคม คิดถึงสังคมนำเนื้อหาและปัญหาของสังคมมาตีแผ่ วิพากษ์วิจารณ์สร้างคำถามให้กับผู้บริโภคกระตุ้นให้คนทั้งหกสิบล้านคนทั่วประเทศได้คิด ได้มองตัวเองสร้างทัศนคติดีๆใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภคไปพร้อมๆกับการขายของ
เมื่อนั้น การขายของจะไม่ใช่การขายของแบบเดิมๆอีกต่อไปมันจะเป็นการขาย ที่ซึมลึก เป็นมิตร เพื่อประโยชน์ เป็นเพื่อน จริงใจและถ้าคุณทำแบบบริสุทธิ์ใจสิ่งที่คุณจะได้คือ ผลกำไรที่ยั่งยืนมันอาจจะไม่ใช่แบรนด์ที่ทันสมัย ดูดีแต่มันจะเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภครัก
ครับ ทุกวันนี้ผมยังคงเป็นขี้หมาเราทั้งหมดก็เป็นขี้หมาลูกค้าหรือเจ้าของสินค้าก็เป็นขี้หมาเราอยู่ในธุรกิจขี้หมาเราอยู่ในโลกทุนนิยมขี้หมาๆ
แต่ขี้หมามีอยู่ 2 ประเภทแบบเหม็นกับไม่เหม็น
http://blog.positioningmag.com/blogs/exclusiveclips/archive/2006/07/12/TorPheno.aspx
เขียนโดย:
Joy
เมื่อ
11:53 PM
0
comments
คนจำนวนมากไปไม่ถึงความฝัน
มิใช่เพราะพวกเค้าอ่อนด้อยกว่าคนอื่น
หากเพราะพวกเค้าทิ้งความอดทนไว้กลางทางต่างหาก
(วินทร์ เลียววาริน)
เขียนโดย:
Joy
เมื่อ
11:15 PM
2
comments
เพิ่งเข้าใจคำว่า อายุกับประสบการณ์
เมื่ออายุเพิ่มขึ้น แม้เพียงปีเดียว
พบเจอ มองเห็นสิ่งเดิมๆ
แต่มันไม่เหมือนเดิมเลยสักนิดเดียว
สิ่งที่มองยังไงก็ไม่เคยเข้าใจ
อย่างสิ้นเชิง
เมื่อเวลาผ่านไป
ก็เข้าใจขึ้นมาได้ ซะอย่างงั้น
เขียนโดย:
Joy
เมื่อ
1:34 AM
1 comments
หากอยากเห็นพื้นแผ่นดินสดใส
แต่ไม่ยอมลอยเรือข้ามไป
ปล่อยเรือไว้อย่างนั้น
แล้ว อีกเมื่อไรจะถึงฝั่งฝัน
ต้องขอไปตามใจซักวัน
ออกตามฝันซักที
มีใครเคยบอกไว้ ว่า อย่า อยู่ อย่าง อยาก
เลือกแล้ว ต้องลองให้รู้แม้คลื่นลมจะแรง
จะขอนั่งเรือไปสู่ตรงโน้น ให้รู้ ไป
ในบางครั้ง มันต้องเสี่ยง
แม้รู้ ว่ามีเพียงเศษเสี้ยวที่จะสมหวัง
แต่หาก เสียงหัวใจร้องดัง
เกิดมามีเพียงหนึ่งครั้ง
ลองใช้ครั้งหนึ่งกับฝัน
ให้มันได้รู้
(เนื้อเพลง อย่า อยู่ อย่าง อยาก, P2Warship)
เขียนโดย:
Joy
เมื่อ
4:20 PM
1 comments
Jun 18, 2008
วันนี้ทำได้อีกอย่าง
คือ ทำให้น้องๆ ได้กล้าแสดงออก
ได้พูด ได้แสดงสิ่งที่คิดออกมา
บางคนไม่ค่อยกล้าพูด
ก็เหมือนจะกล้าขึ้น
ดีใจดีใจ
เขียนโดย:
Joy
เมื่อ
4:09 PM
0
comments
Jun 17, 2008
เขียนโดย:
Joy
เมื่อ
10:12 PM
0
comments
เขียนโดย:
Joy
เมื่อ
9:48 PM
0
comments
May 29, 2008
เขียนโดย:
Joy
เมื่อ
5:21 PM
1 comments
Mar 23, 2008
ใกล้เปิดตัวแล้ว
สำหรับ www.plantitude.com ที่เราจะเปิดกันสนองความอยากข้อนึงที่ว่า
"อยากให้ต้นไม้มีอยู่ทั่วไปจังเลย"
เริ่มต้นอย่างเป็นรูปธรรมก็เอาต้นไม้ไปส่งให้เป็นของขวัญซะเลย ฮ่าๆๆ
จอยชอบต้นไม้ ผมเองจริงๆไม่ค่อยชอบให้ดอกไม้ที่ตัดมา เพราะมันจะเหี่ยว สงสารมัน
ก็เลยลงตัวพอดี กลายเป็นของขวัญที่ผมอยากให้ และจอยอยากได้ :)
เว็บก็ค่อยๆเป็นรูปเป็นร่างขึ้นเรื่อยๆตามความว่างและไม่ว่างของเรานี่แหละ
สนใจก็ลองแวะไปเยี่ยมไปสั่งกันได้ www.plantitude.com แล้วก็ขอบคุณลูกค้าหลายๆท่านที่สั่งกับเราทางโทรศัพท์ตอนที่เว็บเรากำลังอัพเดทอยู่ครับ
ว่าแล้วก็ update graphics ซักนิด:![]()
เขียนโดย:
KRISS
เมื่อ
1:52 AM
0
comments
อ่านเรื่องคล้ายกันใน: Plantitude
Mar 6, 2008
If you cut off a spider's leg, it's crippled; if you cut off its head, it dies. But if you cut off a starfish's leg it grows a new one, and the old leg can grow into an entirely new starfish.
กำลังอ่านเล่มนี้อยู่ ซื้อเล่มแปลมาเผื่อแผ่ชาวบ้าน (ชื่อแปลชื่อ "องค์กรไร้หัว")
น่าสนใจดี
เขียนโดย:
KRISS
เมื่อ
3:21 PM
0
comments
อ่านเรื่องคล้ายกันใน: Books we read
Mar 1, 2008
ถ้าคอไม่เจ็บ
จะตะโกนให้ถึงดวงจันทร์
ว่า
"อะไรว้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา"
เขียนโดย:
KRISS
เมื่อ
5:25 PM
0
comments
Feb 28, 2008
ต่อมทอนซิล มันโต๊ โต
ก็เลยให้หมอผ่าออก เพราะมันอักเสบอยู่เรื่อยๆ จนไม่เป็นอันทำอะไร เฝ้าแต่เป็นหวัด
วันจันทร์ (25) หมอนัดที่โรงพยาบาลเกษมราษฏร์-รัตนาธิเบศร์ ซึ่งทำประกันสังคมไว้
หมอนัดตี 5 เราก็เอาฤกษ์เอาชัยด้วยการตื่นซะ 6 โมง (เช้านะ) ตาลีตาเหลือกขับรถไปถึงประมาณ 6 โมง 40
ไปเซ็นนู่นเซ็นนี่ประมาณว่าฝากชีวิตไว้ที่เขาแล้ว นั่งๆนอนๆ วัดความดัน ชีพจรอะไรไปเรื่อย
ซักพักพยาบาลก็มาเจาะหลังมือใส่สายน้ำเกลือ ซึ่งทำหน้าที่เป็นที่ฉีดยาเข้าเส้นเลือดไปในตัว
เราก็ถาม ทำไมต้องอดข้าวอดน้ำ
พยาบาลตอบ "เพราะตอนวางยาสลบ กล้ามเนื้อในร่างกายจะคลายตัว บางทีถ้ามีอะไรอยู่ในกระเพราะมันจะย้อนกลับมาทางปากได้"
อ่อ อย่างนี้นี่เอง
จอยมาได้เวลาขึ้นเขียงพอดี ส่งกันที่ห้องผ่าตัด
วิสัญญีแพทย์มากล่าวทักทาย แล้วก็ให้เราสูดออกซิเจน สูดๆไปซักพักก็วูบไป
ตื่นมาอีกทีเลือดเต็มปาก ... ฮึ่ย ล้อเล่น ตื่นมาอีกทีเรียบร้อยแล้ว เรายังสลึมสลือ
พยาบาลถามว่าปวดไหม ตอนนั้นเจ็บคอเหมือนเป็นหวัดหนักๆ แล้วก็ปวดหัวมาก
"เต็ม 10 ให้เท่าไหร่ ปวดหัวน่ะ"
อารมณ์ขันยังทำงาน "11 ครับ"
พยาบาลหัวเราะ แล้วก็ฉีดยาให้เข็มนึง (ดีไม่ฉีดให้ 11 เข็ม)
เดี๋ยวมีต่อตอนต่อไป
เขียนโดย:
KRISS
เมื่อ
9:58 AM
2
comments
อ่านเรื่องคล้ายกันใน: หาหมอ
Feb 9, 2008
สำหรับคนกรุงเทพ คำถามนี้คงแปลกๆ
สำหรับผมตอนเด็กๆ กรุงเทพคืออำเภอพระประแดง สมุทรปราการ
เพราะบ้านป้าอยู่ที่นั่น เวลามาจากบ้านนอกเข้ากรุง ก็จะไปที่บ้านป้า เวลาไปบ้านป้าก็จะเรียกว่าไปกรุงเทพ ดังนั้น กรุงเทพ = บ้านป้า
ไม่มีอะไร แค่นึกขึ้นมาได้แล้วตลกดี
ส่วนตอนนี้ถึงแม้จะอยู่กรุงเทพ แต่ก็คิดว่าอยู่บ้านนอก (office อยู่แจ้งวัฒนะ บ้านอยู่ติวานนท์) เวลานึกถึงกรุงเทพ ก็คงเป็นวงเวียนใหญ่ บ้านจอยหละนะ หะๆๆ
เขียนโดย:
KRISS
เมื่อ
9:23 AM
0
comments
อ่านเรื่องคล้ายกันใน: Things Around Us
คือว่า
เพิ่งไปซื้อรถมา แล้วเราก็ไม่ค่อยรู้เรื่องรุ่นต่างๆมากนัก
ขับได้ 6-7 วันก็มีคนทักว่า "พี่ ทำไมไฟท้ายติดข้างเดียว"
ไอ้เราก็ ฮึ่ย รถเพิ่งซื้อนาเว้ย ทำไมเป็นงี้
อุตส่าห์เข้าเกียร์ถอยหลัง แล้วดึงเบรกมือไว้ เพื่อจะลงไปดู (!!!!อันตรายมาก ห้ามเลียนแบบ!!!!)
ก็เออ ไฟไม่ติดจริงๆแฮะ เซ็งเว้ย
โทรไปขอเบอร์เซลขายรถจากน้องอีกคนที่ซื้อเจ้าเดียวกัน
พอดี๊ พอดี น้องไม่ได้เอาโทรศัพท์ติดตัวไว้ เลยไม่ได้เบอร์
กลับมาที่ office คุยกับน้องอีกคนที่มีรถ Altis เหมือนกัน
"เห้ย พี่ มันมีข้างเดียวอยู่แล้ว เพราะอีกข้างจะได้เป็นไฟตัดหมอกไง"
แป่ว... ดีนะที่ไม่โทรไปบ่นเซล หะๆๆ
เขียนโดย:
KRISS
เมื่อ
9:17 AM
0
comments
อ่านเรื่องคล้ายกันใน: รถ
Feb 6, 2008
การจะยืนหยัด...
ในโลกปัจจุบันนั้น ต้องมีภาพลักษณ์ที่ดีด้วย
เหรอวะ? คนสมัยนี้แม่งโง่ว่ะ ทำให้เสียเวลามาทำภาพลักษณ์อีก แทนที่จะไปทำอย่างอื่น
เขียนโดย:
KRISS
เมื่อ
8:13 AM
1 comments
อ่านเรื่องคล้ายกันใน: บ่นๆๆ
Feb 5, 2008
เขียนโดย:
KRISS
เมื่อ
11:15 AM
0
comments
อ่านเรื่องคล้ายกันใน: Plantitude
Jan 31, 2008
สารบัญ
from the book: The Angel Inside,
Chris Widener เขียน, ผศ.บุญเลิศ วงศ์พรม แปล
เขียนโดย:
Joy
เมื่อ
10:57 PM
0
comments
Jan 21, 2008
เขียนโดย:
KRISS
เมื่อ
4:11 PM
3
comments
อ่านเรื่องคล้ายกันใน: Plantitude