there's sth bout our small biz

the good things are:
- i can make good stuffs
- i can send good feeling from people through people to people
- i see people happy
- i learn things i like

but ofcourse, there're also many limitations:
- the delivery process is the tough one
- also sometimes the providers
- and time limits.

yeh, nothing is too easy,
we have to overcome it!

visit our website: www.plantitude.com

เขียวเขียว


สีเขียว
..ใช้สร้างบรรยากาศที่หลากหลาย
ไม่ว่าจะเป็น ..
..เขียวอ่อนๆ
เขียวพาสเทล
..เขียวมะนาว
เขียวสด
..เขียวใส
เขียวใบไม้
..เขียวมะกอก
เขียวขี้ม้า
..เขียวเข้มแข็ง
หรือเขียวเทาหม่นๆ

หลากเฉด หลายโทน
ใช้แสดงอารมณ์
ความรู้สึก ที่แตกต่าง
ตั้งแต่บริสุทธิ์ สดใส
ไปจนถึงเศร้า หม่นหมอง ชั่วร้าย

สื่อความหมายหลากหลาย
แล้วแต่จะเลือกใช้

การคุยกัน

การคุยกัน หรือการแลกเปลี่ยน แบ่งออกได้เป็น
การคุยที่ก่อให้เกิดการแตกความคิด และ
การคุยที่ไม่ได้ก่อให้เกิดการแตกความคิด

แต่ถึงบางทีถึงจะไม่แตกความคิด แต่เราก็ต้องคุยกันเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน
หรือเป็นการบอกให้อีกฝ่ายรับรู้

... เขียนอะไรอยู่เนี่ย
(ว่างมากรึไงนิ)...
.
.
.
นั่งเงียบๆดีก่า

กาลครั้งหนึ่ง...ที่ดอยอินทนนท์

กลับมาจากทำค่ายให้เด็กรอบนี้ รู้สึกดีจังที่เห็นเด็กกล้ากันมากขึ้นมาก กล้าคิด กล้าแสดงความเห็นของตัวเอง มีพัฒนาการมากขึ้นจนเห็นได้ภายในช่วงระยะเวลาสั้นๆ แค่ 4 วัน แอบปลื้มใจกับความสำเร็จในกิจกรรมของทีมเรา ที่นอกจากน้องๆจะชอบแล้ว ยังสามารถสร้างภาวะผู้นำไปจนทักษะอื่นๆ เช่น ความเสียสละ การคิดถึงคนอื่นให้เกิดขึ้นได้ ..ตัวเราเองได้เรียนรู้อะไรเยอะเลย

เด็กๆค่ายนี้มีทั้งเด็กเมืองและเด็กชาวดอยชนเผ่า แรกๆน้องๆก็มีเขิน ไม่กล้าคุยกัน โดยเฉพาะน้องชาวดอย แต่พอได้ผ่านกิจกรรมด้วยกันไป ได้ลำบากด้วยกันไปสักระยะ ช่วงหลังมีบางเกมที่น้องเล่นด้วยกัน และมีภาวะกดดันเพื่อให้เกิดการทำงานเป็นทีม เราประทับใจมากๆ เลย ขำก็ขำตลกดี ขำแต่น้ำตาคลอเลย... คือ มันเป็นเกมที่ต้องพากันข้ามแม่น้ำสมมติไปให้หมดทั้งทีม แข่งกัน แล้วน้องคนตัวโตคว้าตัวเล็กขึ้นหลังแบกไปด้วยเลย น่ารักมากๆ

ค่ายนี้จัดร่วมกับกระทรวงฯ จึงมีการติดต่อเอาพี่เลี้ยงเป็นน้องๆจากคณะครุ ราชภัฎเชียงรายและอุบลมาช่วย รู้สึกว่าน้องเค้ามีความใส่ใจเด็กๆดีจัง มีการสังเกตและแก้ปัญหาของเด็กๆ ประทับใจมากเลย อาจจะด้วยเราไม่ค่อยได้ทำงานกับคนที่จบด้านสังคมศาสตร์เท่าไหร่ เคยคิดว่าคงคิดอะไรต่างไปจากเราอย่างสุดขั้วแน่ๆ พอเจอจริง ก็ต่างจริงน่ะแหละ แต่น้องเค้าจะมองอีกด้านในรายละเอียดที่ควรใส่ใจ ที่เราขาดไป อาจด้วยความตั้งใจจริงของน้องพี่เลี้ยงเค้านั่นแหละ เราเลยรู้สึกว่ามันมาช่วยเติมกันได้พอดี... มีน้องพี่เลี้ยงอยู่คนเป็นชาวปกากะญอด้วย แต่เก่งมากๆ น้องเค้าก็พูดแบบฮาๆว่า หนูนี่เป็นความหวังของหมู่บ้านเลย

อีกเรื่องที่อยากเล่าคือว่าค่ายนี้มีให้เตรียมกล่องข้าวมา ใครไม่มีทางค่ายมีขาย ทีนี้เราก็มีขายน้องชาวดอยเค้าไป แต่น้องเค้ายังไม่มีเงินติดตัว (คือน้องชาวดอยเค้าก็ไม่ค่อยมีเงิน) เสร็จแล้วเราก็ลืมๆกันไป อีก2วันต่อมาน้องเค้าก็มาถามว่า จะจ่ายเงินค่ากล่องข้าวได้ที่ไหนครับ คือไอ้เราก็ลืมไปตั้งนานแล้ว ประทับใจในความซื่อสัตย์ของน้องเค้ามากเลย

ดีใจ รู้สึกว่าสี่วันนี้ของเรามันมีค่า :)

ทิ้ง ทิ้งกันไป ฉันคงจะหลงลืมเธอสักวัน

วันนี้ เราจะมาว่ากันถึงสิ่งที่เรา ทิ้ง ทิ้งกันอยู่ตลอด
ไม่มีใครไม่เคยทิ้ง
นั่นคือ..สิ่งที่เราเรียกกันว่า ขยะ นั่นเอง

เคยรู้กันบ้างไหมว่า เราทิ้งมันไปแล้ว มันจะไปอยู่ที่ไหน
หรือว่าแค่ทิ้งให้พ้นไปจากบ้านเรา จากมือเรา

จากกฎการคงที่ของมวล
ทุกสิ่งในโลกจะคงอยู่เท่าเดิม เพียงแปรสภาพไปมาเท่านั้น

สิ่งที่เราทิ้งกันส่วนใหญ่ในวันหนึ่งๆ จะมีส่วนที่ไม่ค่อยจะแปรสภาพ หรือแปรได้ช้ามากๆ
ซึ่งก็แปลว่า มันคงอยู่

...แล้วมันไปอยู่ที่ไหนล่ะ เราตั้งหลายคน เกิดมาคนละตั้งหลายปีแล้ว
ทิ้งอะไรต่ออะไรไปตั้งมากมาย

จริงอยู่ว่าเทคโนโลยีจัดการขยะในปัจจุบัน มีการพัฒนาไปมาก
แต่ขยะอันมหาศาลที่เกิดขึ้นก็เป็นโจทย์ที่ยากที่จะตอบ

บางทีไม่ใช่แค่จำนวนมาก แต่ยังเป็นพิษอีกด้วย

ดังเช่นกรณีที่บ้านของชาวสระบุรี ซึ่งถูกใช้เป็นที่กำจัดขยะ เกิดปัญหามากมาย ทนไม่ไหวออกมาประท้วง

พลังงานแสงตะวัน

หรือ แสงอาทิตย์ หรือ Solar energy น่ะเอง
จริงๆ เราก็ใช้มันมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าเหาโน่น จนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเริ่มแต่เมื่อไหร่ ที่เห็นชัดๆ ก็ได้แต่การตากอาหาร ตากปลา ตากกุ้ง ตากหมู ตากเนื้อ ตากใบชา ตากผลไม้ ตากทุกอย่าง การทำเกลือ ไปจนถึงตากเสื้อผ้า หรือตากผิว (ในกรณีชาวยุโรปชอบทำผิวแทน)
เมืองที่มีอากาศหนาว มักจำเป็นต้องใช้เครื่องอบแห้ง เช่น เครื่องล้างอบจาน เครื่องปั่นผ้าแห้ง หรือกระทั่งเครื่องทำความร้อน แต่เมืองไทยของเราไม่ต้อง! เพราะมีแสงแดดซะอย่าง สบายไปแปดอย่าง

เมืองร้อนอย่างเรา มีทรัพยากรแสงแดดนี้อย่างล้นเหลือ มีทุกวัน วันละ 8 ชั่วโมง (แรงมากน้อย.. แล้วแต่) ยิ่งเกิดรูโหว่โอโซนอย่างนี้ ยิ่งมีเยอะใหญ่ ถ้ามองข้ามข้อเสียเรื่องมะเร็งผิวหนังแล้ว ...มาช่วยกันคิดดีกว่าว่า เราจะใช้ประโยชน์อะไรจากมันได้บ้าง

ไหนๆ ธรรมชาติก็ให้เรามาฟรีๆ ตั้งเยอะ เราน่าจะใช้ให้คุ้ม ใช้แทนส่วนอื่นๆที่มันกำลังจะหมด และจะใช้ยังไงให้ถูกที่สุด

โลกาภิวัฒน

อ่านบทสัมภาษณ์ของคุณโจน จันได รู้สึกสะท้อนใจดี ได้ตัดตอนมาบางส่วน...

"ผมกลับไปอยู่บ้าน แต่ผมไม่ได้อยู่แบบชาวบ้าน เพราะชาวบ้านทั้งหลายเขาปลูกเพื่อขาย ผมมองเห็นว่ายิ่งปลูกเพื่อขายก็ยิ่งไม่เหลืออะไร ผมมองเห็นภาพของชาวบ้านเหมือนกับทาสคนหนึ่งที่เกิดขึ้นมามีความซื่อสัตย์และจงรักภักดีต่อนายทาสอย่างมาก มากจนไม่คิดถึงตัวเอง เพราะว่าทุกวันนี้ชาวบ้านทั้งหมดทำงานเพื่อคนอื่นทั้งสิ้น ไม่มีใครทำงานเพื่อตัวเอง คนในเมืองก็ไม่ต่างกัน เป็นทาสที่น่าสงสารมาก ทุกวันนี้เราทำงานหนักยิ่งกว่าทาสทุกยุคทุกสมัย เราทำงานหนักแล้วเราไม่ได้อะไรเลย เรากินอะไรก็ได้เพื่อให้เรามีเวลาทำงานมากขึ้น กินมาม่าทุกวัน กินบะหมี่ กินอะไรง่ายๆ โดยไม่ได้คิดถึงสุขภาพเลย กินปลากระป๋อง กินทุกวันเพื่อจะได้มีเวลาทำงาน

พอมีลูก เราก็ผลักลูกเข้าโรงเรียนเลย เพื่อที่เราจะได้มีเวลาทำงาน ทั้งที่ลูกมันอยากอยู่กับพ่อแม่ อยากจะเรียนรู้ความรักจากพ่อแม่ แต่เราก็ผลักลูกไปโรงเรียนหมด เราไม่ได้มีครอบครัวอีกแล้ว เราปลีกตัวออกมาเพื่อที่จะไม่ได้มีภาระ เพื่อที่จะได้ทำงานมากขึ้น"

chill~t..."""" ' ''' '' ' ""

มาอยู่ที่นี่ได้เดือนนึงพอดี
ชีวิตสบายๆ ดี
ทำงานเหมือนไม่ค่อยได้ทำงาน เพลินๆเรื่อยๆดี
ได้ดูนก ดูต้นไม้ ดูทะเลทุกๆวัน
ได้พบว่า ที่ชะอำนี่
~ วันลอยกระทง ที่ทะเลเวลาน้ำลงและพระจันทร์เต็มดวง สวยสุดๆไปเลย
~ สะอาดดีมาก มีถังขยะทุกหนแห่ง
~ ร้านพรพิมล ใกล้ๆบ้าน ขายข้าวผัดปลาทูอร่อยมากๆ และโรตีที่ขายหน้าร้านก็อร่อยดี
~ ร้านขายของทะเลสดข้างทาง มีเยอะดี ...ตอนนี้หัดจุดเตาถ่านเองได้แล้ว
~ มี premium outlet อยู่ใกล้ๆ
~ ขากลับบ้านแวะตลาดน้ำอัมพวาได้สะดวก
good~~
และพบว่าที่หัวหิน
~ มีร้านชื่อ "ขนมปังฝรั่งเศส" นั่งกินพายร้อนๆ อร่อยจังฮู้
~ มีตลาดหัวหิน เราไปเดินได้ในวันธรรมดาที่คนไม่เบียด
~ มีร้าน gelato หลายร้านมาก
~ สถานีรถไฟหัวหินสวยดี เหมาะแก่การถ่ายรูป
~~ และอื่นๆอีกมากมายยังเดินไม่ค่อยทั่ว

และมีเวลาอ่านหนังสือเยอะขึ้นด้วยเพราะไม่มีเนทใช้
อิ..อิ..

หมอกจางๆ และควัน

ช่วงนี้ต้องข้ามสะพานแขวนกาญจนาภิเษกอยู่บ่อยๆ
มองจากบนนั้น ตอนเช้าๆ จะสังเกตเห็นหมอกปกคลุมทั่วไปหมด
สมฉายา เมืองในหมอกของกรุงเทพเค้าเลย

เวลามองเผินๆ บางทีก็ให้ความรู้สึกคล้ายๆอยู่เมืองหนาว
...แต่ความจริงนั้นไซร้ หนาวกว่า เพราะหมอกนั่น
แบบว่า มันก็คือควันพิษมารวมๆกัน

และที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ มีควันจากปล่องโรงงาน
ซึ่งเห็นสามารถเห็นว่ากำลังปล่อยได้อย่างชัดเจน เยอะแยะไปหมด
มีทั้งดำบ้าง ขาวบ้าง ด้วยว่าแถวนั้นเป็นแหล่งรวมนิคมอุตฯ
ไม่เข้าใจว่าเจ้าหน้าที่ทำไมไม่ทำอะไรสักอย่าง เนี่ย

happy happy

happy happy day

เฮ้ย!!!

วันนั้นพี่ทัศน์ (นามสมมติ) โทรมาชวนผมไปดู Batman กับพี่โอ๋ (นามสมมติ)
เรื่องวิจารณ์หนังเอาไว้ก่อน (บอกได้คำเดียวว่า หนังดีมากๆๆ ต้องดูอย่างยิ่ง)

แต่มีเรื่องน่าตื่นเต้นหลังดูหนังจบ
เราต่างแยกย้าย ผมขับรถกลับบ้าน พี่ทัศน์กับพี่โอ๋นั้นมีรถคนละคัน แต่ด้วยสภาพการณ์ตอนนี้คงเอารถมาคนละคันไม่ไหว ก็เลยรวมรถกันมาคันเดียวกัน พี่ทัศน์ก็ขับรถพาพี่โอ๋กลับไปที่ be-live เพื่อพี่โอ๋จะได้ขับรถตัวเองกลับบ้าน

พอถึง be-live พี่ทัศน์ก็มองๆไปยังจุดที่ "เคย" จอดรถพี่โอ๋ประจำ แล้วพบความว่างปล่าว
คิดอยู่ 2-3 วิ เอ ... ไปจอดที่อื่นป่าววะ อา ไม่นี่นา โอ๋ก็เอารถมา จำได้

เชี่ย รถหาย!

"โอ๋ รถโอ๋หายไปไหนอะ จอดตรงนี้ไม่ใช่เหรอ"
พี่โอ๋ ซึ่งมองอาการพี่ทัศน์อยู่ก่อน และมองตามสายตาพี่ทัศน์ไปยังที่ "เคย" จอดรถตัวเอง และเข้าใจเรื่องทั้งหมดในเวลาเกือบเท่ากัน

หันมามองพี่ทัศน์ ทำหน้าเอ๋อๆ

"เฮีย(พี่ทัศน์) เฮียขับรถโอ๋อยู่!!!!"

ต่าแลม ต่าแลม ต่าแลม
ฮ่าๆๆ จบ!!!

นี่นับเป็นขั้นสุดของการลืมกุญแจรถไว้ในกระเป๋ากางเกงตัวเองอย่างแท้จริง เรียกได้ว่าเป็นนวัตกรรมเลยนะ หะๆๆ

Kaluoka'hina, the Enchanted Reef

เอามาแนะนำอีกเรื่อง แต่เรื่องนี้ต้องไปดูไกลสักหน่อย ถึงท้องฟ้าจำลอง ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา รังสิต แต่น่ารักและเหมาะกับเด็กๆมากมาก ซ่อนความรู้ไว้เยอะเลย และยังดูบนจอ 360 องศาอีกด้วย





เริ่มกันเลย...โลกเราหรืออีกชื่อว่า ดาวเคราะห์สีน้ำเงิน(blue planet) ชื่อนี้มีสาเหตุจาก 70 % ของผิวโลกประกอบด้วยน้ำ มหาสมุทรอันกว้างใหญ่ก่อกำเนิดพื้นที่เชิงนิเวศน์ที่ประกอบกันเป็นล้านๆส่วนและโดยส่วนใหญ่พื้นที่เหล่านี้ยังคงลึกลับสำหรับมนุษย์


Kaluoka'hina ผู้พิทักษ์ท้องทะเล จะพาผู้ชมเข้าสู่ดินแดนแสนมหัศจรรย์ของมหาสมุทร เต็มไปด้วยเรื่องราวน่าตื่นเต้น ภาพยนต์นำเสนอข้อมูลดีๆเกี่ยวกับการใช้ชีวิตแบบพึ่งพาอาศัยกันของสัตว์โลกใต้ทะเลปลุกเร้าให้ผู้ชมเกิดความสงสัยใคร่รู้เกี่ยวกับระบบนิเวศน์ใต้มหาสมุทร โดยเฉพาะผู้ชมเด็กๆ ผู้ซึ่งมีความรักและสนใจสัตว์ใต้ทะเลกันเป็นพิเศษ


เนื้อเรื่องหลัก -แนวปะการัง โลกแห่งสีสันใต้ทะเล -เมื่อดวงจันทร์ทำให้ปะการังคลี่กิ่งออกราวกับดอกไม้บาน -ลมหายใจของมหาสมุทร -สิ่งอันตรายสีดำ ภูเขาและภูเขาไฟใต้ทะเล -ป่าแห่งมหาสมุทร -สีสันสว่างเรืองใต้ท้องมหาสมุทรที่มืดลึกสุดหยั่ง

เพิ่มเติมที่ http://www.kaluokahina.de/_english/pdf/teachersguide_web_engl.pdf

The Ant Bully



วันก่อนได้เปิดๆไปดูหนังแอนิเมชั่นเรื่องนี้

เป็นเรื่องของเด็กชายวัย 10 ขวบ

ที่ชอบแกล้งมดเป็นประจำ แล้ววันนึงก็กลาย

เป็นคนย่อส่วนแล้วเข้าไปอยู่ในโลกของมด


เรื่องนี้จำลองภาพการใช้ชีวิตแบบมด มด

มาได้น่ารักมากๆเลย การหาอาหาร

การทำงานเป็นทีม ความมีน้ำใจ รักพวกพ้อง

กล้าหาญและความเป็นมดต้องแข็งนอกอ่อนใน (นึกภาพตัวมด)


:) หนังทำออกมาได้ดูสนุก แอบซึ้งๆ ดูแล้วยิ้มไปเรื่อยๆ

ควรสำหรับให้เด็กดูอย่างยิ่ง

รู้สึกสนุกจนแปลกใจว่าทำไมเรื่องนี้มันไม่ค่อยดังเท่าไหร่เลยนะ


icon show desktop หายไป ทำไงดี

หลายๆ ท่านคงคุ้นเคยและใช้งานกับไอคอน Show Desktop ที่มีมากับระบบวินโดว์เป็นอย่างดี .. แต่หากวันหนึ่งไอคอนที่ว่านี้เกิดอันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย .. ท่านจะทำเช่นไร
แต่ก่อนปกติ Icon Show Desktop ก็เคยอยู่ของมันดีๆ ที่บริเวณ Quick Lunch ซึ่งอยู่แถบเดียวกันในบริเวณทาสก์บาร์ (Taskbar) แต่ตอนนี้อันตรธานหายไปแล้ว .. ไม่ได้เซฟหรือแบ็คอัพเก็บรักษาไว้ด้วยสิ
ง่ายๆ ค่ะ ด้วยวิธีการนำกลับคืนมาด้วยการใช้คำสั่งสคริปต์ regsvr32 /n /i:U shell32 โดยนำไปใส่ไว้ที่ช่อง Run Command ที่มีอยู่ในปุ่ม Start ของวินโดว์นี่เองค่ะ
1. เริ่มต้นด้วยการคลิกที่ปุ่ม Start บนวินโดว์ แล้วเลือก Run
2. พิมพ์คำสั่งนี้ลงไป regsvr32 /n /i:U shell32 จากนั้นก็กดปุ่ม OK
3. จากนั้น รอไม่ถึง 5 วินาที .. ก็จะปรากฎหน้าต่างที่แสดงถึงความสำเร็จที่ได้ไอคอนกลับคืนมา !!!

ลอกมาจาก:
http://www.tlcthai.com/webboard/view_topic.php?table_id=1&cate_id=20&post_id=2461

เพราะเมื่อก่อนเคยใช้แต่วิธีสร้างไฟล์ใหม่ วุ่นวายพอควร วิธีนี้ง่ายกว่ามากเลย (ลองแล้วได้ผลด้วย) เหมาะกับคนธรรมดาไม่ geek

แพนด้าเล่นกังฟูได้จริงหรือไม่



...อาจจะล่าช้าไปสักกะหน่อย

หลายคนคงได้ไปดูเรื่องกังฟูแพนด้ามา และ

สงสัยว่าเจ้าแพนด้าเล่นกังฟูชกต่อยได้จริงหรือไม่

ขี้เกียจเหมือนในหนังหรือป่าว



คำตอบก็คือว่า จริงๆแพนด้ามีนิสัยขี้อาย รักความสงบ

ค่อนข้างกินจุ จะเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาเพื่อหาอาหาร

แต่ถึงมันจะค่อนข้างรักสงบ แต่ถ้าจำเป็นแพนด้าก็จะเป็นคู่ต่อสู้ที่น่ากลัวทีเดียว

เนื่องจากตัวที่ใหญ่ อุ้งมือและฟันที่แข็งแกร่ง

เราจึงเรียกได้ว่า แพนด้ามีท่ากังฟูที่เป็นสไตล์ของตัวเอง ได้เหมือนกานน


" Setting a good example
much more valuable than teaching "

Preventive Maintenance

เมื่อก่อน ผมเจ็บป่วยบ่อย
ไปหาหมอทีนึงหลายตัง สิ่งที่หมอทำก็คือถามนู่นนิดนี่หน่อย เอาหูฟังแตะๆ เบ็ดเสร็จประมาณ 3 นาที
แล้วก็ให้ไปรับยา ซึ่งก็คือยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ

ผมคุยกะใคร ก็ประมาณนี้ "งี้อยู่เฉยๆก็ได้ ไปซื้อยากินเอง ถูกกว่า"

แต่มาคิดดูอีกทีเมื่อผ่านๆตาเรื่อง Preventive Maintenance ซึ่งผมก็ไม่ได้รู้เรื่องมากนัก แต่มีเรื่องนึงที่บอกประมาณว่า cost ของ Preventive Maintenance เนี่ยมีไว้เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเสียเงินก้อนใหญ่ เช่นเครื่องจักรเจ๊งหนักๆซ่อมใหญ่ หรือไม่ก็เครื่องจักรหยุดทำงานซึ่งทำให้เสียโอกาสมากมาย

การไปหาหมอเมื่อเจ็บป่วยเล็กน้อย หรือการไปหาหมอแม้ยังไม่ป่วย น่าจะคล้ายๆกัน เพราะหลายๆโรคที่ทำให้เราเจ๊งต้องซ่อมใหญ่ หรือทำให้เราหยุดทำงาน (ไม่ใช่เสียโอกาส แต่เสียชีวิต) มันอาจแฝงอยู่ในโรคหวัดธรรมดาครับ

ดังนั้น เราก็ควรคิดเรื่องนี้ไว้บ้างก็ยังดี และอยากเห็นรัฐบาลสนับสนุนเรื่องนี้บ้าง เช่นทำ 30 บาทตรวจทุกโรคร่วมกับรักษาทุกโรค เพราะคิดเป็น cost แล้วน่าจะคุ้มนะครับ (คุ้มไม่คุ้มผมไม่รู้นะ ไปศึกษากันเอาเอง หะๆๆ)

In order to teach and train the sense of
Conservation to the children,
we should first allow them to see the beauty,
which would lead to interest and pleasure.

On the contrary, If we teach them with fear
of self-destruction resulting from non-Conservation,
children could become strained and stressed
which would be harmful in the long run.


จากบางส่วนของ พระราชดำรัสในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ

Where's KRISS?

I'm not leaving this blog! Just wanna blog about something different so I create a new blog here

That's it! I'll continue posting here and never leave.

I message



ช่วงนี้จะต้องสอนเด็กบ่อยๆ

เลยมานั่งอ่านเรื่องเกี่ยวกับการสื่อสารกับเด็กเล็ก

มีเรื่องของการพูดจาด้วยภาษา I

หมายถึง

การพูดจาจากความรู้สึก

ประกอบด้วย 3 ส่วนคือ

ส่วนที่ 1. จากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

ส่วนที่ 2. ความรู้สึกของผู้พูด

คือ ดีใจ เสียใจ กังวล ...

ส่วนที่ 3. สิ่งที่เราต้องการเห็น


โดยระลึกเสมอว่าจิตใจของทุกคน โดยเฉพาะเด็กๆ

มีความเปราะบาง ต้องระมัดระวัง


การใช้คำพูดที่ขาดสติกลั่นกรอง

การพูดโจมตีผู้อื่น หรือภาษา you

จะทำร้ายจิตใจของคนที่เรารักโดยไม่จำเป็น

มาหัดพูดภาษาไอกัน